ผศ.พญ.เนตรเฉลียว สัณฑ์พิทักษ์

b2ap3_thumbnail_Assist-Prof

“มะเร็งท่อน้ำดี ปัญหาสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ โดยแต่ละปีมีการสูญเสียผู้นำครอบครัวกว่า 10,000 ครอบครัว ด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี มีเด็กๆ อนาคตของชาติอีกมากมายที่เราต้องทำให้พวกเขารู้จักการ ป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ เส้นทางยังอีกยาวไกล อยากให้ทุกคนเข้ามาช่วยกัน”

ผศ.พญ.เนตรเฉลียว สัณฑ์พิทักษ์ ประธานมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีคนแรก ในวัย 81 ปี ให้สัมภาษณ์กับเราด้วยแวว ตามุ่งมั่นตั้งใจ แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ เพราะท่านเข้าใจและรู้จักโรคมะเร็งท่อ น้ำดีเป็นอย่างดีว่าเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ มีคนต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้ปีละเป็น 10,000 ราย ส่วนใหญ่ เป็นคนอีสานที่มีฐานะยากจน กำลังรอความช่วยเหลือจากพวกเรา ซึ่งอาจารย์เชื่อว่า มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี จะเป็น องค์กรภาคเอกชนที่คอยกระตุ้นเตือนสังคมให้ความใส่ใจต่อโรคนี้ และเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วม ตระหนัก ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อให้สุดท้ายแล้ว สังคมหันมาดูแลตัวเอง พร้อมกับ สร้างเสริมภูมิคุ้มและการเยียวยารักษา ต่อสู้กับโรคร้ายนี้ร่วมกัน

ผศ.พญ.เนตรเฉลียว สัณฑ์พิทักษ์

1.  อาจารย์รู้จักกับโรคมะเร็งท่อน้ำดีตอนไหนและมีความเห็นต่อโรคนี้อย่างไร

ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาคณะแพทย์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้ว ในสมัยนั้นพบว่าเป็น โรคที่รักษาได้ยากมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในสมัยนั้นมักจะมีโอกาสรอดชีวิตไม่สูงนัก และเป็นโรคที่น่าสงสาร

2. อาจารย์รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เป็นประธานมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยคนแรก

รู้สึกเป็นเกียรติที่เป็นประธานมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีที่จะสามารถช่วยเหลือด้านการบำบัดรักษาและทำให้โรคนี้ น้อยลงจากสังคมได้

3. อาจารย์คิดว่างานในส่วนไหนของมูลนิมะเร็งท่อน้ำดีที่เราเอามาตั้งเป็น priority แรกในการทำงาน จุดประสงค์ไหนที่อาจารย์ให้น้ำหนักมากที่สุด และเพราะอะไร

ส่วนตัวคิดว่า การให้ข้อมูลแก่สังคมโดยเฉพาะเรื่องอุบัติการณ์เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี ที่สูงมากที่สุดใน โลกอย่างน่าตกใจ เพราะถ้าสังคมตระหนักเห็นปัญหาตรงนี้ได้ จะทำให้การแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งท่อน้ำดี ด้วยกระบวนการอื่นๆตามมาแบบยังยืน

4. อาจารย์คิดว่าการแก้ปัญหาโรคมะเร็งท่อน้ำดีส่วนไหนที่ยากที่สุด

คิดว่าทุกๆส่วนมีความยากเหมือนกันหมด ทั้งด้านการรณรงค์ให้คนตระหนักถึงปัญหา การช่วยเหลือผู้ป่วย ให้เข้าถึงการตรวจคัดกรอง และช่วยเหลือด้านการบำบัดรักษา ทั้งหมดนี้ยากเหมือนกันหมด

5.จุดประสงค์ข้อหนึ่งของมูลนิธิฯที่บอกว่าช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี เราช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเครือข่ายเท่านั้นหรือเปล่า และมีวิธีการช่วยเหลืออย่างไร

: มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่เราเข้าไปช่วย เหลือผู้ป่วยที่เข้าไม่ถึงการรักษาด้วย โดยวิธิการช่วยเหลือ คือ เราจะให้เงินสงเคราะห์บ้าง ให้ความรู้เกี่ยว กับโรคมะเร็งท่อน้ำดีบ้าง หรือเป็นความรู้ในการบำบัดรักษาโรคในระยะสุดท้ายแก่ผู้ป่วยและครอบครัว

“The Foundation not only helps those who are admitted to hospital but we also can help patients obtain access to the treatment, for example, giving them money aid, educating then about bile duct cancer or provide knowledge of the treatment of late stage patients and their families

6. อาจารย์อยากให้ใครมามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีกันบ้าง

สังคมควรจะเข้ามาช่วยกันทั้งหมดเพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกี่ยวกับคนจำนวนมากหลายภาคส่วน ไม่ควรเป็น คนเฉพาะกลุ่มที่ร่วมกันแก้ปัญหานี้

7. อาจารย์มีอะไรฝากถึงคนที่ทำงานขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีบ้าง

What do you want to say to people who participate in resolving the liver fluke and CCA?

คนที่เข้ามาขับเคลื่อนโรคนี้ต้องมีความอดทนเป็นอย่างมากในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งการ ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีทั้งหมดนี้ เท่ากับเป็นการทำบุญช่วยเหลือช่วยชีวิตคน ก็ขอให้เกิดเป็น อานิสงส์การทำดีขึ้นกับคนที่ตั้งใจทุกคน

สุดท้ายแล้วหวังว่าโรคมะเร็งท่อน้ำดีจะเป็นมหัตภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคมอีกไม่นาน และเราทุกคนจะ หันมาดูแลตัวเองและใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ช่วยเหลือกันและกันมากขึ้น ทำให้สังคมไทยน่าอยู่อย่าง ยั่งยืนตลอดไป