ลักษณะอาการของโรคมะเร็งท่อน้ำดี

มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่มักไม่มีอาการหรือแสดงอาการใดๆ แต่บางครั้งอาจมีอาการปรากฏให้เห็นได้บ้างและสามารถวินิจฉัยในระยะเริ่มแรกได้ แต่อาการมักจะค่อยๆรุนแรงมากขึ้น เมื่อมีการอุดตันของท่อน้ำดีจะมีอาการปวดท้องอย่างต่อเนื่องและรุนแรง และทำให้อุจจาระจะมีซีดลง ผู้ป่วยมักเหนื่อยง่ายและรู้สึกมีก้อนบริเวณท้อง 

อาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งท่อน้ำดี มีลักษณะอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้:

  • ดีซ่าน (Jaundice) : 
    ดีซ่าน คือ อาการตัวเหลือง ตาเหลือง อันเกิดเนื่องมาจากมีการอุดตันของท่อน้ำดี ทำให้น้ำดีไม่ระบายออกนอกตับได้ 
    ซึ่งน้ำดีของเหลวที่ขับออกจากตับซึ่งประกอบด้วยสารที่มีสีเหลืองปนเขียวที่เรียกว่า บิลลิรูบิน (Bilirubin)เมื่อบิลลิรูบินไหลย้อนกลับไปในกระแสเลือดและคั่งตามส่วนต่างๆในร่างกาย จะทำให้เกิดลักษณะอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งดีซ่านมักพบว่าเป็นอาการเริ่มแรกของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี 
  • คัน: 
    บิลลิรูบินส่วนเกินที่ผิวหนังจะทำให้เกิดอาการคัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะพบอาการคันร่วมด้วย

  • อุจจาระสีซีดมีน้ำมันปน:
    บิลลิรูบินเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดสีในอุจจาระ ดังนั้นเมื่อบิลลิรูบินไปสามารถออกไปสู่ลำไส้เล็กส่วนต้นได้ จึงทำให้อุจจาระของผู้ป่วยมีซีดลง เมื่อก้อนมะเร็งอุดตันการระบายของน้ำดีและน้ำย่อยของตับอ่อนสู่ลำไส้เล็ก ก็จะมีผลทำให้ไม่สามารถย่อยไขมันได้ ซึ่งจะทำให้มีไขมันที่ไม่ถูกย่อยปนออกมากับอุจจาระ  อุจจาระจะมีสีซีดและมีน้ำมันปน
  • ปัสสาวะสีเข้ม: 
    เมื่อระดับบิลลิรูบินในเลือดสูงขึ้น  จะปนออกมากับปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้ปัสสาวะมีสีเข้มขึ้น

  • ปวดท้อง:
    ในระยะเริ่มแรกมักไม่พบอาการปวดท้อง แต่เมื่อมะเร็งพัฒนาเป็นระยะที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณชายโครงด้านขวา

  • ความอยากอาหารลดลงและน้ำหนักลด:
    ผู้ป่วยมักมีความอยากอาหารลดลงและน้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ.

  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง:
    มีอาการเหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง 

  • เวียนศีรษะอาเจียน
    เป็นอาการที่พบไม่บ่อยนัก แต่มักพบในคนที่มีการอุดกั้นของน้ำดี มักพบร่วมกับการมีไข้

  • มีไข้ ตัวร้อน
    ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี มักพบอาการไข้และตัวร้อนร่วมด้วย

มะเร็งท่อน้ำดีมักไม่มีอาการที่จำเพาะ และอาการเบื้องต้นดังที่กล่าวไปแล้วนั้นก็อาจจะเกิดมาจากสาเหตุอื่นๆที่ไม่ใช่มะเร็งท่อน้ำดีได้เช่นกัน  ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี ก็สามารถเกิดอาการดังกล่าวนี้ได้ ด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้ก็อาจจะทำให้การวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดีเกิดความผิดพลาดได้ หากท่านพบอาการผิดปกติดังที่กล่าวมาแล้ว ควรไปพบแพทย์ในเบื้องต้น เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที